August 2014

วันที่ 22-23 สิงหาคม 2557  จังหวัดชุมพร

พาไปชม สองทีนะครับ กาแฟเขาทะลุ กับ กาแฟลุงเหนอ

ชุมพรสู่สากล โดยมุ่งไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟของชุมพร


จังหวัดชุมพรเป็นจังหวัดที่ปลูกกาแฟมากที่สุดในประเทศไทยคิดเป็นร้อยละ 60 ของการผลิตทั้งหมดของประเทศ โดยกาแฟที่ปลูกเป็นพันธุ์โรบัสต้า ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกจำนวน 178,283 ไร่ ผลผลิตรวม 24,424 ตัน/ปี สร้างรายได้ให้เกษตรกรเป็นเงิน 1,500 ล้านบาท ซึ่งผลผลิตดังกล่าว ประมาณร้อยละ 2 จะแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟ และกาแฟสำเร็จรูป (3 in 1) โดยมีผู้ประกอบการกาแฟแปรรูปจำนวน 10 ราย ซึ่งทำรายได้ให้แก่จังหวัดชุมพรปีละ 250 ล้านบาท

วันนี้จะพาไปชิม กาแฟ ชุมพร ครับ


ขอบคุณ  ททท ชุมพร









1.วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรทำสวนเขาทะลุ ผลิตกาแฟ ตรา “กาแฟเขาทะลุ”
ที่อยู่ เลขที่ 14/1 หมู่ 5 ตำบล เขาทะลุ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร 86130
บุคลากร ประธานกลุ่ม นายสันติ  ใจรักษ์
ติดต่อ โทร 077 620 009-17 แฟกซ์ 077 620 009
ผลิตภัณฑ์ กาแฟ 3 in 1 ได้แก่ รสกลมกล่อมสีดำ รสกลางสีแดง รสเข้มข้นสีเขียว คอลลาเจนสีชมพู
กาแฟคั่วบด ได้แก่ คั่วเข้ม คั่วอ่อน คั่วกลาง
ร้านจำหน่าย   ในจังหวัดชุมพร เช่น ร้านบิ๊กวัน แมคโคร โลตัส ห้างโอเชี่ยน ร้านลิ้มกวงง้วน ไปรษณีย์
ต่างจังหวัด เช่น ร้านเสื้อตองนครศรีธรรมราช ร้านจูหลีสุราษฏร์ธานี เดอะมอลล์ ท๊อป
อื่นๆ กำลังการผลิตกาแฟ 3 in 1 สูงที่สุดในกลุ่มกาแฟจังหวัดชุมพร วินาทีละ 7 ซอง












********************************************************
4. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองแซะสามัคคี ผลิตกาแฟโบราณ ตรา “กาแฟลุงเหนอ”
ที่อยู่ เลขที่ 124/1 หมู่ 5 ตำบลนาสัก อำเภอสวี จังหวัดชุมพร 86130
บุคลากร ประธานกลุ่ม นายเสนอ ศรีคง
ติดต่อ โทร 084 062 9917
ผลิตภัณฑ์ กาแฟ 2 in 1 กาแฟโปราณ กาแฟคั่วบดสูตรชงเป็นโรบัสต้า อราบิก้า มอคคา เอสเปรสโซ่
ร้านจำหน่าย   ร้านของฝากในจังหวัด ร้านกาแฟโบราณลุงเหนออำเภอสวี หลังสวน ขายส่งต่างจังหวัด
อื่นๆ แตกต่างเป็นกาแฟโบราณสูตรดั้งเดิม ที่มีขั้นตอนการผลิตแบบพื้นบ้าน
















ถ้ำธารลอดน้อย 

อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 100 เมตร ตัวถ้ำจะมีความยาวประมาณ 300 เมตร ปากถ้ำกว้างประมาณ 25 เมตร สูงประมาณ 10 เมตร มีธารน้ำไหลลอดใต้ถ้ำ ทำให้บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย อุทยานแห่งชาติได้จัดทำระบบไฟฟ้าสำหรับส่องสว่างและทางเดินลัดเลาะไปตามลำห้วยในถ้ำ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยปรากฏเป็นรูปต่างๆ ยามเมื่อกระทบกับแสงไฟจะส่องประกายระยิบระยับงามจับตามาก โดยเฉพาะบริเวณกลางโถงถ้ำ ผนังถ้ำด้านขวามือเป็นหินปูนฉาบลักษณะคล้ายน้ำตก สวยงามมาก ภายในถ้ำยังมี “หมาน้ำ” หรือเขียดว้าก ซึ่งส่งเสียงร้องคล้ายสุนัข เมื่อเดินทะลุถ้ำธารลอดน้อยแล้ว จะพบกับสภาพป่าที่ร่มรื่น และมีทางเดินต่อไปถ้ำธารลอดใหญ่ ซึ่งมีระยะทางอีกประมาณ 2,200 เมตร


ถ้ำธารลอดใหญ่ 

ถ้ำธารลอดใหญ่มีลักษณะคล้ายสะพานหินธรรมชาติ มีความกว้าง 60 เมตร ตัวถ้ำด้านล่างยาว 60 เมตร กว้าง 40 เมตร และสูง 40 เมตร บนเพดานถ้ำมีโพรงขนาดใหญ่ที่แสงแดดส่องลอดเข้ามาในถ้ำได้ ทำให้ภายในถ้ำสว่างและมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ตามพื้นถ้ำ ที่ฟากหนึ่งของผนังถ้ำมีภาพเขียนสีรูปพญานาค ซึ่งชาวกะเหรี่ยงเชื่อว่าถ้ำแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของพญานาค นอกจากนี้แล้วยังมีหลักฐานปรากฏว่าบริเวณนี้เป็นที่ฝังศพของมนุษย์โบราณ จากการค้นพบโครงกระดูกเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันนำไปจัดไว้ให้ชมที่พิพิธภัณฑ์วัตถุโบราณ โครงการพระราชดำริห้วยองคต อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี 

การเดินทางไปถ้ำธารลอดใหญ่ สามารถเดินเท้าจากถ้ำธารลอดน้อย ซึ่งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ไปตามทางเดินก็จะถึงถ้ำธารลอดใหญ่ ระยะทางประมาณ 2,200 เมตร เส้นทางบางช่วงต้องไต่เขาสูงชัน โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านน้ำตกไตรตรึงษ์ นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปถ้ำธารลอดใหญ่โดยทางรถยนต์ จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปทางบ้านท่าลำไย ประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวไปวัดถ้ำธารลอดใหญ่อีก 18 กิโลเมตร เป็นเส้นทางขึ้นเขาคดเคี้ยว นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยเส้นทางควรขับรถด้วยความระมัดระวัง


การเดินทาง    
     รถยนต์
 
จากตัวเมืองออกไปทางถนนสายกาญจนบุรี-เขื่อนศรีนครินทร์ (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3199) เป็นระยะทาง 16 กิโลเมตร เลี้ยวขวาที่ตลาดอำเภอลาดหญ้าไปทางอำเภอบ่อพลอย ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3086 (ถนนสายกาญจนบุรี-บ่อพลอย-ด่านช้าง) อีกประมาณ 68 กิโลเมตร ถึงหนองปรือ แล้วเลี้ยวซ้ายมุ่งสู่ถ้ำธารลอดอีก 22 กิโลเมตร รวมระยะทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 234 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีเนื้อที่ไม่มาก แต่มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ มีจุดเด่นและธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตก หน้าผา และถ้ำธารลอด ที่นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดจากการยุบตัวของหินปูน ประกอบกับการกัดเซาะของน้ำทำให้เขาหินปูนกลายเป็นสะพานธรรมชาติขนาดมหึมา และมีหลักฐานแสดงถึงด้านประวัติ-ศาสตร์เป็นทางเดินทัพของพม่าและกองทัพญี่ปุ่น มีเนื้อที่ประมาณ 59 ตารางกิโลเมตร หรือ 36,875 ไร่ 



















ประตูภาคใต้ ใหว้เสด็จในกรม ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี ดีกล้วยเล็บมือ ขึ้นชื่อรังนก ไฟตกหรอดไม่แตก

Chumphon Coffee Valley
วันที่ 22-23 สิงหาคม 2557
ณ จังหวัดชุมพร
#หลงรักประเทศไทย #ใหญ่วัยซิ่ง
#ชุมพร #Charmingchumphon





Chumphon Coffee Valley : ชุมพรเมืองแห่งหุบเขากาแฟโรบัสต้า 





        จังหวัดชุมพรเป็นจังหวัดที่ปลูกกาแฟมากที่สุดในประเทศไทยคิดเป็นร้อยละ 60 ของการผลิตทั้งหมดของประเทศ โดยกาแฟที่ปลูกเป็นพันธุ์โรบัสต้า ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกจำนวน 178,283 ไร่ ผลผลิตรวม 24,424 ตัน/ปี สร้างรายได้ให้เกษตรกรเป็นเงิน 1,500 ล้านบาท ซึ่งผลผลิตดังกล่าว ประมาณร้อยละ 2 จะแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟ และกาแฟสำเร็จรูป (3 in 1) โดยมีผู้ประกอบการกาแฟแปรรูปจำนวน 10 ราย ซึ่งทำรายได้ให้แก่จังหวัดชุมพรปีละ 250 ล้านบาท 



กาแฟชะมดตากแห้ง

คัดเม้ดเสีย ขึ้นรา แตก

กาแฟเดียว เหมือนกับกระเทียมโทน
Preberry

กะเทาะเปลือก

เมล็กกาแฟสด

ชุมพรเมืองกาแฟหอม จิบโรบัสต้า กลางสายหมอก หอมดอกกาแฟบาน





กาแฟขี้ชะมด ความพิเศษของกาแฟชนิดนี้ และรสชาติพร้อมเชิญชวนให้มาลิ้มลองที่ชุมพร   
        กาแฟขี้ชะมด เรียกเป็นภาษาพื้นเมืองอินโดนีเซีย ว่า Kopi Luwak (โกปิ๊ ลูวะ) คำว่า Kopi แปลว่า กาแฟ ส่วน Luwak แปลว่า ชะมด ซึ่งเป็นชะมดพันธุ์ Paradoxurus hermaphroditus      




การผลิตกาแฟขี้ชะมด
        กาแฟขี้ชะมดนำมาจากมูลของชะมดสายพันธุ์ดังกล่าว ที่กินผลกาแฟเข้าไป ถ่ายออกมา แล้วเก็บมาล้างทำความสะอาดให้หมดจดก่อนนำไปตากแห้งแล้วคั่ว ทำให้ได้กาแฟที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ และมีราคาแพงที่สุดในโลก
       ความพิเศษของกาแฟชนิดนี้และรสชาติ
ชะมดโดยปกติจะกินผลไม้ อาจถูกเลี้ยงไว้ในไร่กาแฟหรือเป็นชะมดตามป่า ชะมดจะกินเฉพาะผลกาแฟที่สุกดีแล้วเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการคัดสรรเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพด้วย ปัจจุบันชาวไร่กาแฟจะคัดเลือกผลกาแฟจากไร่มาให้ชะมดกิน เพื่อความรวดเร็ว เมื่อชะมดกินเข้าไปแล้ว ผลกาแฟจะย่อยอยู่ในกระเพาะของมันราวหนึ่งวันครึ่ง ก่อนที่จะถ่ายออกมาเป็นเมล็ดกาแฟ ผลกาแฟตอนอยู่ในท้องของตัวชะมดจะผสมกับเอมไซม์และสารเคมีที่อยู่ในกระบวนการย่อย ทำให้โปรตีนในเมล็ดกาแฟแตกตัวเป็นโมเลกุลขนาดเล็ก เวลานำเมล็ดกาแฟชนิดนี้ไปคั่วบดจะมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ ตัวชะมดจะถ่ายมูลซึ่งเหลือแต่เพียงเมล็ดกาแฟออกมา ซึ่งทำให้สะดวกต่อการเก็บมูลของมัน
เมล็ดกาแฟที่เก็บได้ซึ่งมีมูลของตัวชะมดติดออกมาด้วยเล็กน้อย จะถูกนำมาตากแห้ง ก่อนที่จะนำไปล้างให้สะอาด และนำไปคั่วเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ได้สีน้ำตาลอ่อนหรือเข้มกว่าเพียงเล็กน้อย เพื่อให้คงไว้ซึ่งรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

















MKRdezign

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

Name

Email *

Message *

Powered by Blogger.
Javascript DisablePlease Enable Javascript To See All Widget