October 2015





วันที่ 18 ตค 2558
ศาลเจ้าพ่อกวนอู (ซิ่นใช่ตึ๋ง) หรือ อ๊ามใต้ ที่ตลาดเก่า อ. ตะกั่วป่า จ. พังงา  

 พิกัด ศาลเจ้ากวนอู 
8 49.7853N  98 21.9137E










จังหวัดพังงา จัดประเพณีถือศีลกินเจ(กินผัก) ประจำปี 2558 “อิ่มบุญ อิ่มเจ @ พังงา”
การจัดงานประเพณีถือศีลกินเจ(กินผัก) จังหวัดพังงา ประจำปี 2558 นี้ ระหว่างวันที่ 13 – 21 ตุลาคม 2558 โดยอบจ.พังงา ร่วมกับ เทศบาลเมืองพังงา เทศบาลตำบลท้ายเหมือง เทศบาลตำบลโคกกลอย อบจ.โคกกลอย ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา ภาคเอกชน และศาลเจ้าในอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดพังงา เพื่อสืบทอดประเพณีของท้องถิ่นที่ปฏิบัติกันมาเป็นเวลานาน หล่อหลอมจิตใจของคนให้ประพฤติอยู่ในศีลธรรมอันดีและส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมที่มีมายาวนานให้คงอยู่และรู้จักแพร่หลาย รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงด้านวัฒนธรรมประเพณี ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ และสร้างความรู้รักสามัคคีของประชาชนในชุมชน




ขอบคุณ  
ททท ภูมิภาคภาคใต้





เมือคืนนอนที่ The Sands Khao Lak by Katathani Resorts  



เทศกาลกินเจ  หรือ กินแจ หรือบางแห่งเรียกว่า ประเพณีถือศีลกินผัก เป็นประเพณีแบบลัทธิเต๋ารวม 9 วัน กำหนดเอาวันตามจันทรคติ คือ เริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี รวม 9 วัน 9 คืน ตรงกับเดือน 11 หรือเดือนตุลาคมของไทย สำหรับในปี พ.ศ.2558 นี้ เริ่มวันที่ 13-21 ตุลาคม 2558

งานประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดพังงา ปี2558  13 ตุลาคม 2558 - 21 ตุลาคม 2558 ณ ศาลเจ้าต่างๆในเมืองพังงา ระหว่างถือศีลกินผักชาวบ้านจะแต่งกายชุดขาวไปรับ อาหารจากศาลเจ้า มีพิธีกรรมตามความเชื่อ เช่น พิธีลุยไฟ พิธีบวงสรวงดาวประจำวันทั้งเจ็ด พิธีสะเดาะเคราะห์ฯลฯ และมีพิธีแห่ เจ้ารอบตัวเมืองไปตามถนนต่างๆ เพื่ออวยพรเสริมสิริมงคลให้ชาวบ้านอยู เย็นเป็นสุขตลอดไป


ประเพณีถือศีลกินเจหรือประเพณีกินผัก  มีการปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน     เป็นประเพณีที่หล่อหลอมจิตใจของคน  ให้ประพฤติอยู่ในศีลธรรมอันดีงามของสังคม  ในช่วงเทศกาลกินเจหรือกินผัก 9 วัน 9 คืน  ผู้ที่ถือปฏิบัติเคร่งครัดจะต้องกินอาหารเฉพาะที่คนกินเจด้วยกันเป็นผู้ปรุงเท่านั้น  รวมถึงภาชนะสำหรับปรุงอาหารจะแยกไว้โดยเฉพาะ   นอกจากนี้ต้องจุดตะเกียงไว้  9 ดวง  ตลอดช่วงเทศกาลกินเจ 9 วันโดยไม่ปล่อยให้ดับเพื่อเป็นการพุทธบูชาและรำลึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ญาติพี่น้อง ตลอดจนผู้ที่มีบุญคุณต่อแผ่นดินเกิด

















ม้าทรง  ร่างทรงเทพเจ้า
  ชีวิตลิขิตไม่ได้  จึงต้องรับหน้าที่ม้าทรงจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ม้าทรงในที่นี้คือ ร่างทรงของเทพเจ้าจีนซึ่งจะลงมาประทับร่างม้าทรงทุกๆเทศกาลกินเจหรือในโอกาสต่างๆตามแต่เทพเจ้าที่ประจำร่างม้าทรงนั้น 


ม้าทรง
     เชื่อกันว่าการเข้าทรงของพระจีนเป็นการแสดงอิทธิฤทธิ์ของพระจีนและสามารถปัด เป่าสิ่งชั่วร้าย บันดาลความสุขให้แก่ผู้เคารพเลื่อมใสพระจีน และเชื่อกันว่าผู้ที่เป็นม้าทรง (คนทรง) ของพระจีนได้ จะต้องเป็นบุคคลที่มีลักษณะดังนี้ 


     เป็นผู้มีบุญที่เทพเจ้าเลือกแล้ว แม้จะอยู่ไกลเพียงใด แต่อาการของคนจะเป็นม้าทรงจะบอกเอง คือ จะมีอาการสั่น ตบโต๊ะ หัวเราะเสียงดังลั่นราวกับนักรบจีนสมัยโบราณ หรืออาจจะมีอาการสั่นศีรษะเบาๆกรณีที่เป็นเทพสตรี 


     คนที่ชะตาขาดแล้วเทพเจ้าช่วยเหลือต่อชีวิตให้ เป็นคนชะตาขาดกำลังจะดับ แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะต้องตาย พระจีนหรือเจ้าจะเข้าประทับทรง เป็นการช่วยเหลือต่ออายุให้ม้าทรง ดังนั้นเมื่อถึงเทศกาลกินเจก็ต้องเป็นม้าทรง 

     คนที่เคยบนบานสานกล่าวไว้ว่าจะยอมเป็นม้าทรง หรือ โดยความสมัครใจของม้าทรงที่จะเสียสละอุทิศตนรับใช้พระจีน และพระจีนยอมรับว่าเป็นบุคคลที่เหมาะสมให้เป็นม้าทรงได้ 

     บางคนอยู่ดีๆก็อาจถูก “พระจับ” เช่นเดินๆอยู่ในงานกินเจก็มีอาการเหมือนเจ้าประทับทรงก็ต้องยอมเป็นม้าทรง 

     คนที่มีองค์เทพคุ้มครอง บางครั้งไม่จำเป็นต้องเป็นม้าทรงแต่ต้องบูชาเทพองค์นั้น แต่บางครั้งก็ต้องให้เทพลงประทับทรง 


     ชีวิตของคนที่เป็นม้าทรงจะเกี่ยวข้องกับศาลเจ้าไปโดยปริยาย ม้าทรงแต่ละคนจะต้องมีพี่เลี้ยง คือคนดูแลในเรื่องต่างๆ เช่น การเปลี่ยนเสื้อผ้า การนำไปทำพิธีต่างๆ ถืออาวุธหรือสิ่งของต่างๆ และม้าทรงจะต้องถือศีลกินเจ ไปทำความสะอาดศาลเจ้า เวลาศาลเจ้ามีวันเกิดเทพเจ้าต่างๆก็ต้องเข้าร่วมงาน และที่สำคัญม้าทรงมีหน้าที่เป็นตัวแทนของเทพเจ้าในการช่วยเหลือมนุษย์ เช่น คนป่วย ,คนมีเคราะห์ , คนที่มีปัญหาทางจิตใจ

















ในขบวนจะมีเกี้ยวพระสองเกี้ยวแรก มีกิมซิ้นพระ ประทับครับ สำหรับให้คนจุดปะทัด ให้เป็นสิริมงคล
และเกี้ยวสองไม่จุดปะทัด เพราะสำหรับดวงจิตองค์กิ๋วอ๋องปะทับ


ขบวนแห่พระของศาลเจ้าพ่อกวนอู หรือโรงพระตลาดใต้ ได้มีม้าทรงทั้งชาย หญิง ออกแห่รอบเขตเทศบาลตะกั่วป่า ในงานประเพณีถือศีลกินผัก ซึ่งยังเป็นไปด้วยความคึกคัก และเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยเป็นการแห่พระรอบเมืองที่มีม้าทรงโชว์อิทธิฤทธิ์นำเหล็กแหลม และของมีคมทิ่มแทงร่างกายเพื่อเป็นการรับเคราะห์แทนประชาชน ในขบวนแห่พระตลอดเส้นทางมีการตั้งโต๊ะรับขบวนพระ และจุดประทัดนับแสนนัดเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย และชาวต่างชาติเข้าร่วมพิธีรับขบวนแห่พระ 




  ศาลเจ้าพ่อกวนอู (ซิ่นใช่ตึ๋ง) จะถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ มากมาย และที่น่าสนใจมากที่สุดคือพิธีแห่พระ ซึ่งจะแตกต่างจากของภูเก็ต ตรงที่จะแห่เพียง 2 วันเท่านั้น คือวันขึ้น 6 ค่ำ และขึ้น 9 ค่ำ (วันส่งพระ) เดือน 9 ตามปฎิทินจีน แต่ความหมายของการแห่พระยังคงไว้ซึ่งนัยยะเดียวกัน คือเป็นการเยี่ยมราษฎรของพระมหากษัตริย์ และองค์เทพเจ้าทั้งหลาย เพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้พ้นไปจากชุมชน


  ขบวนแห่จะประกอบด้วย ขบวนม้าทรงหญิง ชาย ซึ่งที่นี่จะไม่เน้นการเสียบแทงอาวุธ หรือของมีคมขนาดใหญ่ ต่อมาเป็นขบวน เสลี่ยง ขององค์กิ่วอ๋อง โดยจะมีชายหนุ่ม ทั้งหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่อย่างน้อย 4 คนเข้ามาขันอาสารับหน้าที่แบก  และจะเคลื่อนตัวไป  ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป 


แต่ละบ้านก็ไม่ได้มีประทัดเพียงแค่หลักร้อย แต่มีถึงหลักพัน บางบ้านมีมากถึงหลักหมื่น แค่จากจุดเริ่มต้นตรงหน้าศาลเจ้าก็มีการจุดประทัดเกือบครึ่งแสนดอกเลยทีเดียว เพราะชาวตะกั่วป่าเชื่อว่า การจุดประทัดจำนวนมากให้กับเก่วขององค์กิ่วอ๋อง หรือองค์หยกอ๋อง เป็นเหมือนการเชิญให้ทั้ง 2 องค์เยี่ยมเยือนบ้านของตัวเองนานขึ้น ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่จะเห็นกองประทัดแดงสูงเกือบเมตรที่บ้านของชาวตะกั่วป่าในช่วงเทศกาล 











ททท.สำนักงานแพร่ ชวนไปรู้จักกับผีตลกในงาน
“สืบสานวัฒนธรรมประเพณีและของดีอำเภอท่าปลา ประจำปี 2558”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว และผู้สนใจเที่ยวงาน สืบสานวัฒนธรรมประเพณีและของดีอำเภอท่าปลา ประจำปี 2558” ในระหว่างวันที่ 26  – 27 ตุลาคม 2558 ณ บริเวณหน้าสนามกีฬากลางอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์

 นางธนภร  พูลเพิ่ม  ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ซึ่งรับผิดชอบการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ กล่าวว่า เทศบาลตำบลจริม ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนางพญา ได้กำหนดจัดงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีและของดีอำเภอท่าปลา ประจำปี 2558 ในระหว่างวันที่ 26 – 27 ตุลาคม 2558 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์
 กิจกรรมในงาน สืบสานวัฒนธรรมประเพณีและของดีอำเภอท่าปลา ประจำปี 2558” ประกอบด้วย ขบวนแห่รถวัฒนธรรม นางงามวัฒนธรรม มวลชน และผีตลก การออกบูธวัฒนธรรมของแต่ละตำบล นิทรรศการเยาวชน ลานวัฒนธรรม ร้านค้าชุมชน พร้อมทั้งร่วมชิมและเลือกซื้ออาหารและของฝากสินค้า OTOP ของดีแต่ละตำบลที่นำมาจำหน่าย กิจกรรมเวทีเสวนาภูมิปัญญาและปราชญ์ชาวบ้าน การประกวดนางงามวัฒนธรรม การประกวดภาพเก่าเล่าเรื่อง การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง การประกวดอาหารท้องถิ่น มหรสพภาคกลางคืน อาทิ การแสดงบนเวที เวทีอนุรักษ์มวยไทย รำวงย้อนยุค ลิเก ภาพยนตร์ และคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง


ไฮไลท์ที่อยากแนะนำให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักได้แก่ขบวนแห่ผีตลก ซึ่งเป็นของดีที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของชาวอำเภอท่าปลา โดยปกติทุกปีแล้วชาวอำเภอท่าปลา จะมีงานประเพณีแห่ผีตลก ที่จัดขึ้นในช่วงก่อนวันออกพรรษา 1 วันอย่างต่อเนื่องมากว่า 200 ปี เพราะเชื่อในการทำบุญทำทานในพุทธศาสนา นรก สวรรค์ ผีเปรต ผีนรก ที่ต้องการขอส่วนบุญเพราะความหิวโหยต้องการอาหารยังชีพ และ เชื่อกันว่าบรรดาญาติพี่น้องที่เสียชีวิตไปแล้ว หรือพวกผีเปรตที่อยู่ขุมนรกต่าง ๆ จะออกมารับส่วนบุญ จึงได้มีการจัดทำหัวผีตลก แล้วจัดเป็นขบวนแห่ผี มีกลองยาว ฆ้อง เป็นเครื่องให้จังหวะ มีนางรำรำนำหน้าผีตลก 
ททท.สำนักงานแพร่ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเที่ยวงาน สืบสานวัฒนธรรมประเพณีและของดีอำเภอท่าปลา ประจำปี 2558” ในระหว่างวันที่ 26 – 27 ตุลาคม 2558 ณ บริเวณหน้าสนามกีฬากลางอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลตำบลจริม โทรศัพท์ 0 5581 8044 หรือสอบถามข้อมูลการเดินทาง และการท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ได้ที่ ททท.สำนักงานแพร่ โทรศัพท์ 0 5452 1127




อุทยานพระฤาษี (สถานปฏิบัติธรรมปู่ฤๅษีนารอด) สุพรรณบุรี

อุทยานพระฤาษีองค์ใหญ่ที่สุดในโลก บรมครูปู่ฤาษีนารอด


สถานปฏิบัติธรรมปู่ฤๅษีนารอด 
ต.หนองโอ่ง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี
อุทยานพระฤาษีองค์ใหญ่ที่สุดในโลก











   พระฤาษีนารอด เป็นครูของฤาษีทั้งปวง ทรงกำเนิดจากเศียรที่ ๕ ของพระพรมธาดา ทรงเพศเป็นฤาษี พระฤาษีนารอดถือว่าเป็นฤาษีองค์แรกของไตรภูมิ ไม่ว่าจะมีการบูชาสิ่งใด หากไม่มีการเชิญท่านแล้ว พิธีกรรมนั้นมักไม่สมบูรณ์
   รูปลักษณ์ของท่านที่สร้างเป็นหัวโขน (ศรีษะครู) สำหรับบูชาเป็นรูปหน้าพระฤาษีหน้าปิดทอง สวมลอมพอกฤาษี มี(กระดาษ) ทำเป็นผ้าพับเป็นชั้นลดหลั่นกันไป เสียบอยู่กลางลอมพอก



   
สถานปฏิบัติธรรมปู่ฤๅษีนารอด  ตั้งอยู่ที่สำนักพยัคฆบรรพต มี พระฤาษีพยัคฆราชมุนี (อาจารพล พยัคฆราช) เป็นประธานโครงการ มีขนาดหน้าตัก 13 เมตร ทำพิธี “ฉลองสมโภชบรมครูพ่อปู่ฤาษีองค์ใหญ่ที่สุดในโลก” เมื่อปี พ.ศ. 2555


ที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี มีพ่อปู่ฤาษีองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่สำนักพยัคฆบรรพต สถานปฏิบัติธรรมปู่ฤๅษีนารอด โดยมี พระฤาษีพยัคฆราชมุนี (อาจารพล พยัคฆราช) เป็นประธานโครงการ มีขนาดหน้าตัก 13 เมตร สูงเท่าตึก 6 ชั้น โดยทำพิธี “ฉลองสมโภชบรมครูพ่อปู่ฤาษีองค์ใหญ่ที่สุดในโลก” เมื่อปี พ.ศ. 2555 โดยข้อมูลเกี่ยวกับพระฤาษีนารอด หรือเรียกว่า พระนารท พระนารทมุนี พระนารอด นั้นถือว่าเป็นครูของฤาษีทั้งปวง เป็นบรมครูที่มีฐานะเป็นทั้งเทพฤๅษีผู้ทรงความศักดิ์สิทธิ์และเป็นทั้งพรหมฤๅษีผู้ทรงฌานสมาบัติสูงสุด เป็นฤาษีองค์แรกของไตรภูมิ มีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระฤๅษีนารอดที่น่าสนใจดังนี้ว่า พระฤๅษีนารอดนั้นเป็นบุตรของพระพรหม นับถือกันว่าเป็นผู้หยั่งรู้ในสามโลก เชี่ยวชาญการดนตรีอย่างยิ่ง มีวิชาความรู้ด้านสมุนไพร พระเวทคาถาอาคมต่างๆ รวมไปถึงโหราศาสตร์ ด้วยเหตุนี้คนโบราณจึงยกย่องพระฤๅษีนารอดว่าทรงเป็นบรมครูทางด้านดุริยางคศิลป์ เป็นครูยาและครูโหราศาสตร์และเป็นครูทางด้านเวทมนต์คาถาต่างๆ คติว่าด้วยพระฤๅษีนารอดนั้นกล่าวว่ามีรัศมีกายสีม่วง ในมือมักถือตำราพระเวท บ้างทำเป็นพระฤๅษีรูปงามในมือถือเครื่องดีด นอกจากนี้ตามตำนานถือว่าพระฤๅษีนารอดเป็นบุตรโดยตรงแห่งพระพรหม นับเป็นประชาบดีอันเป็นหนึ่งในผู้สร้างโลกอีกด้วย พระฤๅษีนารอดมีความสามารถในด้านการแปลงกายเป็นต่างๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เคยแปลงเป็นลิงและนก ในปัจจุบันจึงมีการสร้างหัวโขนพระนารทมุนีหรือพระฤๅษีนารอดในรูปหน้าลิงและพญานกด้วย

 61





เที่ยวงาน อุ้มพระดำน้ำ ครั้งนึงในชีวิต 
 เมืองต้องห้ามพลาด... เพชรบูรณ์ ...


ททท.สำนักงานพิษณุโลก (รับผิดชอบ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร)    
วันที่  12 ตค 2558

“งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี ๒๕๕๘ จังหวัดเพชรบูรณ์”

“ประเพณี ๑ เดียวในโลก ต้องห้ามพลาด”







การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพิษณุโลก ร่วมกับจังหวัดเพชรบูรณ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ขอเชิญเที่ยวงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี ๒๕๕๘ จังหวัดเพชรบูรณ์ ในระหว่างวันที่ ๑๑-๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๘  ณ พุทธอุทยานเพชบุระ วัดไตรภูมิ และวัดโบสถ์ชนะมาร อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์


นางจิรารัตน์ มีงาม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพิษณุโลก ผู้รับผิดชอบการส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และพิจิตร กล่าวว่า ประเพณีอุ้มพระดำน้ำเป็นประเพณีที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย เกิดจากความเลื่อมใสศรัทธา ของชาวเพชรบูรณ์ต่อพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง คือ พระพุทธมหาธรรมราชา ซึ่งในปีนี้ การจัดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำจังหวัดเพชรบูรณ์ กำหนดจัดระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ พุทธอุทยานเพชบุระ วัดไตรภูมิและวัดโบสถ์ชนะมาร อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยในวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๘ มีการจัดพิธีบวงสรวงเทพยดาและขบวนแห่ทางบกรอบเมืองเพชรบูรณ์  แล้วอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาประดิษฐาน ณ  วัดไตรภูมิ  ให้ประชาชนสักการะปิดทองและจัดงานสมโภช จากนั้นในวันที่  ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๘ จะมีการอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาไปประกอบพิธีดำน้ำที่ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร  ส่วนกิจกรรมภาคกลางคืน มีการแสดงแสง เสียง และเทศกาลอาหารอร่อย ณ พุทธอุทยานเพชบุระ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการแข่งพายเรือทวนน้ำ บริเวณหน้าวัดไตรภูมิ อีกด้วย



พิธีอุ้มพระดำน้ำ เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์จะมีขึ้นในวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ หรือวันสารทไทย ของทุกปี ซึ่งปีนี้จะตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นวันสำคัญของงาน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์  ฝ่ายเจ้าเมือง นายบัณฑิตย์   เทวีทิวารักษ์  จะอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาแห่ทางน้ำจากท่าน้ำวัดไตรภูมิ เพื่อไปประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำในแม่น้ำป่าสัก  ณ  ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร โดยมีกรมการเมืองทั้ง ๔ ร่วมประกอบพิธี โดยในปีนี้ผู้ได้รับเกียรติเป็นกรมการเมืองร่วมพิธีอุ้มพระดำน้ำ คือ ฝ่ายเวียง (ประจำหลักสีแดง) ได้แก่ นายวิกรม บุรินทรรัตน์ อัยการจังหวัดเพชรบูรณ์  ฝ่ายวัง (ประจำหลักสีทอง) ได้แก่ นายวรพจน์ แววสิงห์งาม หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเพชรบูรณ์  ฝ่ายคลัง (ประจำหลักสีเงิน) ได้แก่ นายไพบูลย์ เชื้อวงษ์บุญ ธนารักษ์จังหวัดเพชรบูรณ์ และฝ่ายนา (ประจำหลักสีเขียว) ได้แก่ นายประวิทย์ ฉัตรศรีสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลชนแดน





ททท.สำนักงานพิษณุโลก ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจร่วมงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำที่สำคัญยิ่ง ประเพณี ๑ เดียวในโลก และเป็นหนึ่งในกิจกรรมต้องห้ามพลาดของจังหวัดเพชรบูรณ์ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมรวมถึงกิจกรรมต่างๆ ของเมืองต้องห้ามพลาดพลัส อาทิ กิจกรรม ๑๔ จุดสุดประทับใจ ได้ที่ ททท.สำนักงานพิษณุโลก โทรศัพท์ ๐๕๕ ๒๕๒ ๗๔๒-๓ ทุกวันในเวลาทำการ หรือ www.facebook.com/การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก














การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก
๒๐๙/๗-๘ ถนนบรมไตรโลกนารถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ๖๕๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๕๕ ๒๕๒ ๗๔๒-๓ โทรสาร ๐๕๕ ๒๓๑ ๐๖๓
เขตพื้นที่รับผิดชอบ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร  email : tatphlok@tat.or.th

MKRdezign

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

Name

Email *

Message *

Powered by Blogger.
Javascript DisablePlease Enable Javascript To See All Widget