สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย เปิดมิติโลกกัญชาในวันกัญชาโลกผ่านงานสัมมนา “แพทย์พบแพทย์ เพื่อกัญชาทางการแพทย์”
เนื่องในโอกาสวันที่ 20 เมษายน เป็น “วันกัญชาโลก” ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการเปิดเสรีและการทำให้กัญชาถูกกฎหมาย ทางสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดย กรมสุขภาพจิต, กรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระ นคร บริษัท เนเจอร์ ไทย วิสดอม จำกัด, มูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญา, ศูนย์บูรณาการความรู้กัญชา และทีมสอนฝึกอบรมแพทย์กัญชา ร่วมกันจัดงานสัมมนา “แพทย์พบแพทย์ เพื่อกัญชาทางการแพทย์” ขึ้นในวันพุธที่ 20 เมษายน 2565 ณ ห้องประชุมจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชั้น 2 อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมี รศ.ดร.พิพัฒน์ นนทนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน
วันนี้ (20 เมษายน 2565) รศ.ดร.พิพัฒน์ นนทนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้ความรู้ความรู้เกี่ยวกับการวิจัยหรือนวัตกรรมใหม่ให้แก่สมาชิกและประชาชน คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ได้กำหนดจัดการสัมมนาทางวิชาการ “แพทย์พบแพทย์ เพื่อกัญชาทางการแพทย์” โดยจัดร่วมกันระหว่าง บริษัท เนเจอร์ ไทย วิสดอม จำกัดและศูนย์บูรณาการความรู้กัญชา และจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 เพื่อให้สมาชิกของสมาคม และผู้สนใจได้รับรู้ถึงการดำเนินงานของสมาคม ที่ผ่านมาสมาคมได้สนับสนุนและให้ความสำคัญกับพืชสมุนไพรกัญชา เพราะมีประโยชน์ใช้เป็นยาในทางการแพทย์ โดยการสัมมนาวิชาการจะเป็นข้อมูลที่วิทยากรผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ทางการแพทย์ และการนำไปใช้ประโยชน์ให้ถูกวิธี วิทยากรประกอบด้วย พล.อ.ต.นพ.ไกรสร วรดิถี ผู้อำนวยการทีมสอนฝึกอบรมแพทย์กัญชา นพ.ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต นพ.วันชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก และวิทยากรที่เชี่ยวชาญทางการแพทย์กัญชาอีกหลายท่าน
นายแพทย์ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า คำว่า กัญชาเพื่อการแพทย์ ตามข้อมูลขององค์การอาหารและยาสหรัฐ หรือ FDA นั้นถูกตีความมาจากสารสกัดพื้นฐานจากพืชกัญชา เพื่อนำมารักษาผู้ที่มีปัญหาการเจ็บป่วยที่เข้าเงื่อนไขทางวิชาการ ที่มีการพัฒนาการวิจัยอย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายทศวรรษ ซึ่งหลายประเทศได้พัฒนาและนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แล้ว โดย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านเคยกล่าวไว้ว่า เราทราบแล้วว่าสารสกัดในกัญชามีประโยชน์ สิ่งที่กรมฯ ดำเนินการอยู่มีสองส่วน คือ 1. เข้าไปขอร่วมในโครงการวิจัยทางการแพทย์ของหน่วยงานต่างๆ ที่ทำอยู่ขณะนี้ เพื่อต้องการทราบว่าการใช้สารสกัดกัญชาเพื่อรักษาโรคนั้น มีผลกระทบกับกับโรคทางจิตเวชอย่างไรหรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้กัญชาในเมืองไทยยังเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย เลยไม่ได้มีการเก็บข้อมูลทางด้านจิตเวชมากเท่าที่ควร และ 2. กรมฯ จะศึกษาเรื่องการใช้สารสกัดกัญชารักษาอาการสั่นเรื้อรังรักษาไม่หาย ที่เป็นผลมาจากการใช้ยารักษาโรคทางจิตเวชสมัยก่อน และร่วมศึกษาตำรับยาศุขไสยาสน์กับผู้ป่วยจิตเวช ช่วยเรื่องการนอนหลับ เป็นต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ
นายแพทย์ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า นพ.ขวัญชัย กล่าวว่า สำหรับนโยบายกระทรวงสาธารณสุขนั้นได้ส่งเสริมให้นำกัญชามาใช้ประโยชน์ ทางการแพทย์แผนไทย และการแพทย์พื้นบ้านไทยได้ การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากกัญชา นอกจากสนับสนุนให้มีคุณค่าทางการแพทย์แล้ว ยังสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงบริการ และใช้เพื่อสุขภาพ ซึ่งทำให้เกิดประโชน์ต่อการสร้างงาน สร้างเงิน ทั้งในระดับครัวเรือน ระดับวิสาหกิจชุมชน และระดับประเทศ ช่วยทั้งในภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรมครอบคลุมถึงการแปรรูป บรรจุภัณฑ์ การขาย และการตลาด เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ เกิดการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ และจากการยกระดับกัญชาให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ส่งผลให้ปี 2564 ผลิตภัณฑ์จากกัญชา กัญชง ในประเทศมีมูลค่าสูงกว่า 7,000 ล้านบาท แต่ประเด็นของสถานพยาบาลเอกชนที่มีความพร้อมในการจัดบริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงตำรับยากัญชาทางการแพทย์แผนไทย สำหรับให้บริการผู้ป่วย ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และสร้างโอกาสการเข้าถึงตำรับยากัญชาทางการแพทย์แผนไทย จึงเกิดความร่วมมือ ขับเคลื่อนโครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนารูปแบบการ นำผลิตภัณฑ์ตำรับยากัญชาทางการแพทย์แผนไทย ไปใช้ใน สถานพยาบาลเอกชน
ทางด้านตัวแทนภาคเอกชน คุณอันชญาน์ อิสรวรางค์กุน ประธาน บริษัท เนเจอร์ ไทย วิสดอม จำกัด กล่าวว่า เนเจอร์ ไทย วิสดอม ได้ทำธุรกิจส่งออกสมุนไพรไทยไปยังต่างประเทศมานานกว่า 10 ปีโดยอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของสมุนไพรไทยที่มีคุณภาพทำให้ทั่วโลกยอมรับ ทั้งนี้กัญชาเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่เราทำงานเชิงวิจัยมีแผนในการที่จะส่งออกไปยังต่างประเทศ เพื่อใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ทั้งนี้แผนการทั้งหมดได้ถูกผลักดันให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว โดย ศูนย์บูรณาการความรู้กัญชา หรือ CKC (Cannabis lntegrated knowledge Center) ภายใต้มูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญา และ กรมสุขภาพจิตจึงนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการยกระดับแพทย์แผนไทยไปสู่ทั่วโลก หากประเทศไทยเราพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเรื่องกัญชาสู่ตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ เชื่อว่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่จะนำรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล เรียกได้ว่า ขณะนี้การดำเนินการในประเทศไทยมีทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เกิดขึ้นแล้วอย่างครบวงจร ปัจจุบัน เนเจอร์ ไทย วิสดอม ได้สร้างกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่ากลุ่ม “Green Blood” ซึ่งเป็นการรวมกันของคำว่า Green และ Young Blood โดยคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้มองเห็นคุณค่าของสมุนไพร และวัฒนธรรมไทย เช่นเดียวกับ ศูนย์บูรณาการความรรู้กัญชา และมุ่งทำการตลาดไปด้วยกันเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และตอบแทนสังคมโลก
สำหรับหัวข้อสัมมนาต่าง ๆ ในงาน “แพทย์พบแพทย์ เพื่อกัญชาทางการแพทย์” ประกอบด้วย หัวข้อ “กฎหมายกัญชา และกฎหมายในการใช้กัญชาทางการแพทย์” โดย ดร.รัฐวิชญ์ อริยพัชญ์พล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา หัวข้อ “การสนับสนุน และผลักดันกัญชาทางการแพทย์” โดย นายแพทย์ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญา ประธานศูนย์บูรณาการความรู้กัญชา และ คุณอภิสิทธิ์วงศ์จิตรบุญตา เลขาธิการศูนย์บูรณาการความรู้กัญชา หัวข้อ “แพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือก กับกัญชาทางการแพทย์” นายแพทย์ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หัวข้อ “ประสบการณ์และการใช้กัญชาทางการแพทย์สาขาต่างๆ” โดย พลอากาศตรีนายแพทย์ไกรสร วรดิถี ผู้อำนวยการทีมสอนฝึกอบรมแพทย์กัญชา หัวข้อ “ประสบการณ์ และการใช้กัญชาในทางการแพทย์สาขาต่างๆ” โดย นายแพทย์ พูนศักดิ์ อาจอำนวยวิภาส แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมกระดูกและข้อ หัวข้อ “การปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์” โดย นายมนตรี ทิวาวรชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการปลูกกัญชา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร หัวข้อ “งานวิจัยเกี่ยวกับกัญชาทั่วโลก และการวิจัยการใช้กัญชาทางการแพทย์ไทย” โดย ดร.สาริศา จิรกุลหุธน นักวิจัย จาก บริษัท เนเจอร์ ไทย วิสดอม จำกัด และ หัวข้อ “การพัฒนากัญชาการแพทย์” โดยวิทยากร บริษัท เนเจอร์ ไทย วิสดอม จำกัด
--------------------
⛳️ ททท.สำนักงานนครสวรรค์ ร่วมกับสนามกอล์ฟจิรประวัติจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ!!
เอาใจนักกอล์ฟ กับกิจกรรม "วันธรรมดาสุขสันต์ สวรรค์นักกอล์ฟ"
เพียงแค่มาตีกอล์ฟ ณ สนามกอล์ฟจิรประวัติ ในวันธรรมดา (**เฉพาะ จ. - พฤ. และไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์) รับไปเลยคูปองใช้แทนเงินสดมูลค่า 100 บาท จาก ททท. เพื่อใช้ภายในร้านค้าสนามกอล์ฟจิรประวัติ ดังต่อไปนี้
1.ร้านกาแฟ
2.ร้านนวดแผนไทย
3.ร้านอาหาร
4.ซุ้มร้านค้าในสนาม
5.ไดร์ฟกอล์ฟ
💡เงื่อนไขกิจกรรม1.สามารถร่วมกิจกรรมได้ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย. - 31 พ.ค.65 (**เฉพาะ จ. - พฤ. และไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์)
2.จำกัดจำนวน 200 สิทธิ์เท่านั้น
3. 1 ท่าน/1 สิทธิ์
4.คูปองดังกล่าว ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
*** เงื่อนไขเป็นไปตามที่ ททท.สำนักงานนครสวรรค์กำหนด
☎️สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานนครสวรรค์ 056 221811-2 (จ. - ศ. เวลา 08.30 - 16.30 น.)
วัดศรีสโมสร คลอง 7 ปทุมธานี
ทางวัดศรีสโมสร ได้ทำพิธีบวงสรวงใหญ่ ท้าวเวสสุวรรณ ปางขอพรสมปรารถนา สาธุชนที่เปี่ยมด้วยศรัทธาต่อองค์ท้าวเวสสุวรรณ ได้มาเข้าร่วมพิธีกันอย่างเนื่อง
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา
ทางวัดศรีสโมสร ได้ทำพิธีบวงสรวงใหญ่
ท้าวเวสสุวรรณ ปางขอพรสมปรารถนา
สาธุชนที่เปี่ยมด้วยศรัทธาต่อองค์ท้าวเวสสุวรรณ
ได้มาเข้าร่วมพิธีกันอย่างเนื่องแน่น งานนี้สายมูเตลู
ไม่พลาด งานดีพิธีใหญ่
ขอบคุณ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานกรุงเทพ
ดูแลพื้นที่ กทม นนทบุรี ปทุมธานี
#TATBangkok
#สุขยกก๊วนชวนเที่ยวปทุม
#AmazingThailand
#AmazingNewChapters
#เที่ยวใกล้เที่ยวง่ายสไตล์ภาคกลาง
#Minizoo
#มูเตลู
#ปทุมธานี
#tiewpaiyai
#เที่ยวไปใหญ่
จังหวัดอยุธยา ร่วมกับ ททท. จัดงานกิจกรรม “เย็นฉ่ำวิถีไทย รื่นเริงใจในเมืองเก่า 2022”
2 จังหวัด ส่งมอบความสุขรับปีใหม่ไทย พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวครึกครื้น
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เตรียมจัดงานกิจกรรม “Songkran Music Heritage Festival 2022 เย็นฉ่ำวิถีไทย รื่นเริงใจในเมืองเก่า” 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัด ณ วัดพระราม โดยมีพิธีเปิดงานในวันที่ 12 เมษายน และ จังหวัดสงขลา จัด ณ เมืองเก่า ทำพิธีเปิดงานในวันที่ 13 เมษายน โดยงานจะจัดถึงวันที่ 21 เมษายน 2565 เวลา 16:00-21:00 น นี้ เพื่อส่งมอบความสุขรับปีใหม่ไทย พร้อมสืบสานประเพณี วัฒนธรรมไทย ที่มีตลอดมา และยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า “สำหรับการจัดกิจกรรมในวันสงกรานต์เป็นกิจกรรมที่เราได้จัดมาในทุกปีที่ผ่านมา แม้ช่วงนี้จะยังคงอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แต่ที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดการเรื่องของโรคระบาดได้เป็นอย่างดี และปีนี้ก็ยังมีมติให้สามารถจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ได้ ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด โดยในปีนี้เราได้จัดงานกิจกรรม “Songkran Music Heritage Festival 2022 เย็นฉ่ำวิถีไทย รื่นเริงใจในเมืองเก่า” โดยได้เลือก สถานที่จัดงานสงกรานต์ ทั้งหมด 2 จังหวัดด้วยกัน ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัด ณ วัดพระราม โดยทำพิธีเปิดงานในวันที่ 12 เมษายน และ จังหวัดสงขลา จัด ณ เมืองเก่า ทำพิธีเปิดงานในวันที่ 13 เมษายน โดยงานจะจัดถึงวันที่ 21 เมษายน 2565 เวลา 16:00-21:00 น นี้ โดยในงานยังได้จัดกิจกรรมมากมาย เพื่อส่งมอบความสุขรับปีใหม่ให้กับคนไทยทุกคน อีกทั้งยังเป็นการสืบสานประเพณี วัฒนธรรมไทย ที่มีตลอดมา รวมถึงเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวต่อว่า สำหรับการกิจกรรม“Songkran Music Heritage Festival 2022 เย็นฉ่ำวิถีไทย รื่นเริงใจในเมืองเก่า” ทั้ง 2 จังหวัด ในครั้งนี้นั้น เราได้แบ่งกิจกรรมหลัก ๆ และไฮไลท์ที่น่าสนใจ โดยเน้นเอกลักษณ์ ประเพณี วัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จัดให้มีการจัดงานสืบสานประเพณี วัฒนธรรมไทย มีกิจกรรม และไฮไลท์สำคัญคือ ขบวนแห่เทพีสงกรานต์สุดอลังการ (150 คน) 12-14 เมษายน โดยในวันที่ 12 เมษายน นำทีมโดย เทพีปรางค์ กัญญารัตน์ วันที่ 13 เมษายน นำทีมโดย เทพีเดียร์น่า ฟลีโป วันที่ 14 เมษายน นำทีมโดย เทพีพิ้งกี้ สาวิกา พร้อมแสงสีเสียง ศาลากลาง (เก่า) อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมสรงน้ำพระ และร่วมปักธงเจดีย์ทรายขนาดใหญ่ การจัดกิจกรรมสาธิตงานหัตถกรรม สานปลาตะเพียน การใส่ชุดไทยเข้าร่วมงานสงกรานต์ การนำเสนอการแสดงดนตรีศิลปินชื่อดังของประเทศไทย ในวันที่ 12-14 เมษายน 2565 แก้ม เดอะสตาร์ ,
ป็อบ ปองกูล , ลุลา และ เปาวลี การนำเสนอการแสดงพื้นบ้าน อาทิ โขน ระบำพื้นบ้าน การจัด Visual Idea Decoration จุดถ่ายภาพ โดยนำปลาตะเพียนมาเป็นตัวนำในการออกแบบ อาทิ ซุ้มอุโมงค์ตะเพียนใบลาน สัญลักษณ์แห่ง ความอุดม สมบูรณ์ โดยให้ผู้เข้าร่วมงานสานปลาตะเพียน และนำมาคล้องร่วมกันในบริเวณกำแพงอุโมงค์ โดยมีน้องชื่นใจ ปลาตะเพียน เป็นตัวเล่าเรื่อง การย้อมไฟบริเวณโบราณสถานรอบ ๆ บริเวณพื้นที่จัดงาน ศาลหลักเมือง อุโมงค์น้ำ การออกร้านขายอาหารประจำถิ่นและสินค้าเด่นที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและพื้นที่ใกล้เคียง อีกด้วย
ในส่วนจังหวัดสงขลา จัดให้มีการจัดงานสืบสานประเพณี วัฒนธรรมไทย โดยจัดกิจกรรมสรงน้ำพระ ก่อเจดีย์ทราย การจัด กิจกรรมสาธิตอาหารคาวหวาน อาทิ ยำสายเกาะยอ ข้าวยำปักษ์ใต้ ขนมไข่เตาถ่าน เต้าคั่วหรือสลัดทะเลสาบ การแต่งกายผ้าประจำถิ่นเข้าร่วมงาน อาทิ ปาเต๊ะ บาติก การนำเสนอการแสดงดนตรีศิลปินชื่อดังของประเทศไทย ในวันที่ 13-15 เมษายน 2565 อาทิ โอ้ต ปราโมทย์ , ว่าน ธนกฤต , วี วิโอเลต ฯลฯ การนำเสนอการแสดงพื้นบ้าน อาทิ โนราห์ รองแง็ง การจัด Land Mark จุดถ่ายภาพ อาทิ นำผ้าทอเกาะยอมาทำเป็นต้นไม้ แสดงถึงความเจริญงอกงาม สิริมงคล การจัดประดับตกแต่งเพดานถนน โดยนำกรงนกกรงหัวจุกของเด่นภาคใต้มาจัดประดับตกแต่ง การนำว่าว ธงสามเหลี่ยม และโคมไฟจีนมาประดับทั่วพื้นที่จัดงานเมืองเก่า การตกแต่งไฟประดับเฉดสีตามลูกปัดโนราห์ การจัดทำ Mapping Story เล่าเรื่องเมืองสงขลา โดยตัวการ์ตูน น้องนางเงือกมิลา mascot ที่จัดทำขึ้นเฉพาะงานนี้ เป็นผู้นำเสนอเรื่องราว การย้อมไฟบริเวณตึกเก่าในเมืองสงขลา อุโมงค์น้ำตก และ การออกร้านขายอาหารประจำถิ่นและสินค้าเด่นที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง
โดยกิจกรรมงานสงกรานต์ในครั้งนี้เราได้เตรียมจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 21 เมษายน 2565 เพื่อให้คนไทยได้ร่วมเฉลิมฉลองกับเทศกาลสงกรานต์อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ประเพณีไทยควบคู่กับการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง” นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวทิ้งท้าย
“เดนทิสเต้” (DENTISTE’) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากของคนไทย เดินหน้ารีเฟรช แบรนด์ครั้งแรกในรอบ 16 ปี
ชูแนวคิด Planet Marketing คืนกำไรสู่สังคม มุ่งเป็น Leading oral care ระดับโลกพร้อมตั้งเป้าบุกลุยตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง นำทัพโดย “DENTISTE’ Ultra Sensitive Toothpaste”
“ยาสีฟันที่คนข้าง ๆ แนะนำให้ใช้” นี่เป็นสโลแกนที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยได้ยิน การเดินทางอันยาวนานตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี ของ “เดนทิสเต้” (DENTISTE’) แบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ที่ใส่ใจในนวัตกรรมและให้คุณค่ากับการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนที่เรารัก
เดนทิสเต้จัดจำหน่ายใน 6 ทวีป และมากกว่า 25 ประเทศทั่วโลก ในวันนี้เดนทิสเต้กำลังจะก้าวเข้าสู่บทใหม่ การเติบโตอย่างมั่นคงที่เคียงคู่คนไทยกับการเป็น Leading oral care ระดับโลก ภายใต้กลยุทธ์ “Planet Marketing” เดนทิสเต้ต้องการสร้างการรับรู้ของผู้คนโดยมุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก และมุ่งหวังที่จะคืนกำไรเพื่อสร้างสิ่งดี ๆ สู่สังคม โดยส่งภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ และแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ที่ส่งผลให้ชีวิต สังคม และโลกใบนี้ขับเคลื่อนไปได้อย่างงดงาม
จึงเกิดคอนเซ็ปต์ “Premium Natural & Scientific” เป็นการผสานวัตถุดิบจากธรรมชาติและนวัตกรรม เข้ากับความพรีเมียมที่สัมผัสได้จริง คอนเซปต์ใหม่อย่างเป็นทางการในการสร้างอัตลักษณ์และภาพจำที่ทันสมัย (Visual Identity) เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในการใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกขั้นตอนในการแปรงฟันของคุณมีแต่สิ่งดีๆ กับความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม นำทัพโดย DENTISTE’ Sensitive Toothpaste ยาสีฟันลดอาการเสียวฟันตัวเอกของแบรนด์ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพดียิ่งกว่าที่เคยเป็นมา โดยยังคงไว้ซึ่งความอ่อนโยนสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพช่องปากเป็นพิเศษ มาพร้อมกับชื่อใหม่ที่แสดงถึงการพัฒนาไปอีกระดับกับ “DENTISTE’ Ultra Sensitive Toothpaste”
คุณสมบัติและส่วนประกอบสำคัญของ DENTISTE’ Ultra Sensitive Toothpaste
• Potassium Nitrate (KNO3) ช่วยเคลือบผิวชั้นเคลือบฟัน ฟื้นฟูรูฟัน ลดกระบวนการส่งผ่านความรู้สึกบริเวณปลายประสาทฟัน ช่วยในการลดและป้องกันอาการเสียวฟัน
• Fluorapatite (ฟลูอออะพาไทต์) เกิดจาก Fluoride ion รวมตัวกับ Calcium และ Phosphate เกิดเป็นผลึกเคลือบฟันชนิดใหม่ ซึ่งถูกทำลายโดยกรดได้ยากกว่า ผลึกเคลือบฟันตามธรรมชาติ (Hydroxyapatite)
• 100% SLS Free (Sodium Lauryl Sulfate Free) ปราศจากสารช่วยให้เกิดฟองที่ก่อให้เกิดการแพ้ และระคายเคืองต่อช่องปากที่บอบบางและแพ้ง่าย
นอกจากสูตรใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม เดนทิสเต้ยังต้องการพัฒนาประสบการณ์การบริโภคในทุกประสาทสัมผัส ตั้งแต่การรับรู้ผ่านการมองเห็น การสัมผัสผลิตภัณฑ์ผ่านบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการคัดสรรวัสดุและออกแบบรูปลักษณ์ให้เข้ากับอัตลักษณ์ใหม่ในคอนเซปต์ “Premium Natural & Scientific” โดยเราจะเล่าให้ฟังถึงแนวความคิดเริ่มต้นของบรรจุภัณฑ์ใหม่ในครั้งนี้
ในชีวิตประจำวัน คนเราให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดและดูแลร่างกายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะใบหน้าและผิวกาย ที่นอกจากต้องการดูแลรักษาความสะอาดแล้ว ยังต้องการการบำรุงอย่างเหมาะสมทำให้คนเราใส่ใจคัดสรรผลิตภัณฑ์มากมายด้วยหลากหลายเกณฑ์ตามแต่ละบุคคล แต่บ่อยครั้งที่ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากได้รับการพิจารณาน้อยกว่าสิ่งที่ควรจะเป็น เดนทิสเต้อยากให้ทุกคนได้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับทุก ๆ คน
จากแนวคิดเริ่มต้นนี้ทำให้บรรจุภัณฑ์ของ “DENTISTE’ Ultra Sensitive Toothpaste” ผ่านการพัฒนาการออกแบบให้ทันสมัย เป็นตัวแทนของผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจาก 16 ปีที่ผ่านมา เดนทิสเต้ได้เลือกใช้พลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ในการผลิตหลอดยาสีฟัน และเปลี่ยนกล่องบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกเป็นกล่องกระดาษเพื่อการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมแต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพที่แสดงออกถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างครบถ้วน
บรรจุภัณฑ์ได้รับการออกแบบโดยต้องการแสดงออกถึงความหรูหราที่จับต้องได้ เป็นผลิตภัณฑ์ พรีเมียมที่แสดงออกถึงความใส่ใจ สร้างความประทับใจ และก่อให้เกิดความรู้สึกดี ๆ ที่ได้ใช้ พร้อมมอบลมหายใจที่หอมสดชื่นในทุก ๆ วันหลังตื่นนอน เพื่อความมั่นใจในการเริ่มต้นวันใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ
11 เมษายน 2565 นี้ DENTISTE’ พร้อมที่จะพาคุณไปสัมผัสกับประสบการณ์ Premium Natural & Scientific ผ่านผลิตภัณฑ์อันเป็นที่สุด การรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่เพื่อก้าวสู่บทใหม่ของ DENTISTE’ กับ “DENTISTE’ Ultra Sensitive Toothpaste” ในราคาหลอดละ 198 บาท
สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศและ www.dentiste-oralcare.com รวมถึง DENTISTE’ Online Flagship store ทาง Shopee: https://shopee.co.th/dentiste_official_shop และ LAZADA : https://s.lazada.co.th/s.6cr6A
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ : บริษัท เดอะ ไฮป์ โปรเจค (ที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์)
ศิรินภา นรินทร์ 086-362-4842, สามสรา เอี่ยมเอกดุลย์ 063-649-5656
2 จังหวัด ส่งมอบความสุขรับปีใหม่ไทย พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวครึกครื้น
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เตรียมจัดงานกิจกรรม “Songkran Music Heritage Festival 2022 เย็นฉ่ำวิถีไทย รื่นเริงใจในเมืองเก่า” 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัด ณ วัดพระราม โดยมีพิธีเปิดงานในวันที่ 12 เมษายน และ จังหวัดสงขลา จัด ณ เมืองเก่า ทำพิธีเปิดงานในวันที่ 13 เมษายน โดยงานจะจัดถึงวันที่ 21 เมษายน 2565 เวลา 16:00-21:00 น นี้ เพื่อส่งมอบความสุขรับปีใหม่ไทย พร้อมสืบสานประเพณี วัฒนธรรมไทย ที่มีตลอดมา และยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า “สำหรับการจัดกิจกรรมในวันสงกรานต์เป็นกิจกรรมที่เราได้จัดมาในทุกปีที่ผ่านมา แม้ช่วงนี้จะยังคงอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แต่ที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดการเรื่องของโรคระบาดได้เป็นอย่างดี และปีนี้ก็ยังมีมติให้สามารถจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ได้ ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด โดยในปีนี้เราได้จัดงานกิจกรรม “Songkran Music Heritage Festival 2022 เย็นฉ่ำวิถีไทย รื่นเริงใจในเมืองเก่า” โดยได้เลือก สถานที่จัดงานสงกรานต์ ทั้งหมด 2 จังหวัดด้วยกัน ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัด ณ วัดพระราม โดยทำพิธีเปิดงานในวันที่ 12 เมษายน และ จังหวัดสงขลา จัด ณ เมืองเก่า ทำพิธีเปิดงานในวันที่ 13 เมษายน โดยงานจะจัดถึงวันที่ 21 เมษายน 2565 เวลา 16:00-21:00 น นี้ โดยในงานยังได้จัดกิจกรรมมากมาย เพื่อส่งมอบความสุขรับปีใหม่ให้กับคนไทยทุกคน อีกทั้งยังเป็นการสืบสานประเพณี วัฒนธรรมไทย ที่มีตลอดมา รวมถึงเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวต่อว่า สำหรับการกิจกรรม“Songkran Music Heritage Festival 2022 เย็นฉ่ำวิถีไทย รื่นเริงใจในเมืองเก่า” ทั้ง 2 จังหวัด ในครั้งนี้นั้น เราได้แบ่งกิจกรรมหลัก ๆ และไฮไลท์ที่น่าสนใจ โดยเน้นเอกลักษณ์ ประเพณี วัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จัดให้มีการจัดงานสืบสานประเพณี วัฒนธรรมไทย มีกิจกรรม และไฮไลท์สำคัญคือ ขบวนแห่เทพีสงกรานต์สุดอลังการ (150 คน) 12-14 เมษายน โดยในวันที่ 12 เมษายน นำทีมโดย เทพีปรางค์ กัญญารัตน์ วันที่ 13 เมษายน นำทีมโดย เทพีเดียร์น่า ฟลีโป วันที่ 14 เมษายน นำทีมโดย เทพีพิ้งกี้ สาวิกา พร้อมแสงสีเสียง ศาลากลาง (เก่า) อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมสรงน้ำพระ และร่วมปักธงเจดีย์ทรายขนาดใหญ่ การจัดกิจกรรมสาธิตงานหัตถกรรม สานปลาตะเพียน การใส่ชุดไทยเข้าร่วมงานสงกรานต์ การนำเสนอการแสดงดนตรีศิลปินชื่อดังของประเทศไทย ในวันที่ 12-14 เมษายน 2565 แก้ม เดอะสตาร์ ,
ป็อบ ปองกูล , ลุลา และ เปาวลี การนำเสนอการแสดงพื้นบ้าน อาทิ โขน ระบำพื้นบ้าน การจัด Visual Idea Decoration จุดถ่ายภาพ โดยนำปลาตะเพียนมาเป็นตัวนำในการออกแบบ อาทิ ซุ้มอุโมงค์ตะเพียนใบลาน สัญลักษณ์แห่ง ความอุดม สมบูรณ์ โดยให้ผู้เข้าร่วมงานสานปลาตะเพียน และนำมาคล้องร่วมกันในบริเวณกำแพงอุโมงค์ โดยมีน้องชื่นใจ ปลาตะเพียน เป็นตัวเล่าเรื่อง การย้อมไฟบริเวณโบราณสถานรอบ ๆ บริเวณพื้นที่จัดงาน ศาลหลักเมือง อุโมงค์น้ำ การออกร้านขายอาหารประจำถิ่นและสินค้าเด่นที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและพื้นที่ใกล้เคียง อีกด้วย
ในส่วนจังหวัดสงขลา จัดให้มีการจัดงานสืบสานประเพณี วัฒนธรรมไทย โดยจัดกิจกรรมสรงน้ำพระ ก่อเจดีย์ทราย การจัด กิจกรรมสาธิตอาหารคาวหวาน อาทิ ยำสายเกาะยอ ข้าวยำปักษ์ใต้ ขนมไข่เตาถ่าน เต้าคั่วหรือสลัดทะเลสาบ การแต่งกายผ้าประจำถิ่นเข้าร่วมงาน อาทิ ปาเต๊ะ บาติก การนำเสนอการแสดงดนตรีศิลปินชื่อดังของประเทศไทย ในวันที่ 13-15 เมษายน 2565 อาทิ โอ้ต ปราโมทย์ , ว่าน ธนกฤต , วี วิโอเลต ฯลฯ การนำเสนอการแสดงพื้นบ้าน อาทิ โนราห์ รองแง็ง การจัด Land Mark จุดถ่ายภาพ อาทิ นำผ้าทอเกาะยอมาทำเป็นต้นไม้ แสดงถึงความเจริญงอกงาม สิริมงคล การจัดประดับตกแต่งเพดานถนน โดยนำกรงนกกรงหัวจุกของเด่นภาคใต้มาจัดประดับตกแต่ง การนำว่าว ธงสามเหลี่ยม และโคมไฟจีนมาประดับทั่วพื้นที่จัดงานเมืองเก่า การตกแต่งไฟประดับเฉดสีตามลูกปัดโนราห์ การจัดทำ Mapping Story เล่าเรื่องเมืองสงขลา โดยตัวการ์ตูน น้องนางเงือกมิลา mascot ที่จัดทำขึ้นเฉพาะงานนี้ เป็นผู้นำเสนอเรื่องราว การย้อมไฟบริเวณตึกเก่าในเมืองสงขลา อุโมงค์น้ำตก และ การออกร้านขายอาหารประจำถิ่นและสินค้าเด่นที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง
โดยกิจกรรมงานสงกรานต์ในครั้งนี้เราได้เตรียมจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 21 เมษายน 2565 เพื่อให้คนไทยได้ร่วมเฉลิมฉลองกับเทศกาลสงกรานต์อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ประเพณีไทยควบคู่กับการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง” นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวทิ้งท้าย