April 2015


วันที่ 14 เมย 2558

ร้านแชมป์โลก  
พิกัด 15 48.74N  102 2.8867E


ร้านของ วีระพล นครหลวงโปรโมชั่น อดีตแชมป์โลก WBC. WBA.  


เมนูเด็ด ลาบหมู , ต้มไก่หน่อไม้ดอง , หมูนุ่มน้ำมันหอย , กบทอดกระเทียม

 ร้านอาหารไทยและอีสาน บรรยากาศดี มีโซนห้องแอร์ โซนกะต้อบ โซนริมนา

เบอร์โทร 044-812399




การเดินทาง 
ระยะทางประมาณ สองกิโลจากในเมือง 














แกงหน่อไม้ส้ม ไก่บ้าน อร่อยครับ






















กบทอดกระเทียม

ตับหวาน


ขอบคุณ

งานสื่อมวลชนสัมพันธ์ในประเทศ กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ ชั้น 15
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
โทรศัพท์ 0 2250 5500 ต่อ 4525- 9 โทรสาร 0 2250 5681 - 3
อีเมลล์ : prdiv7@tat.or.th




ขอเชิญทุกท่านร่วมงานบุญที่ยิ่งใหญ่และงานแห่งพลังศรัทธา 

ประเพณีบุญเดือนหก “แห่นาคโหด” แห่งเดียวในโลก  
ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป 
ณ บ้านโนนเสลา – โนนทัน ตำบลหนองตูม อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ


งานบุญแห่งพลังศรัทธามหามงคล ด้วยความเชื่อที่เป็นศิริมงคล งานบุญที่ยิ่งใหญ่ ชายชาตรีที่มีอายุครบ 20 ปี หรือผู้ที่ศรัทธาต่อร่มกาสาวพัสตร์ใต้ร่มฉัตรมงคล น้ำตาที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เต็มเปี่ยมด้วยปิติไมตรีของ บิดา มารดาและญาติมิตร กับชีวิตที่ผ่านพ้นมาและคราบชีวิตที่ปลงแล้ว....กว่าจะมาเป็น “พระ” ต้องผ่านการอุปสมบท(บวช)และแน่นอน...อุปสรรคที่ขวางกั้นต้องไม่ธรรมดา สิ่งเหล่านี้ผ่านการยอมรับของชุมชนและคนเมืองชัยภูมิ “แห่นาคโหด” 
สำหรับ ประเพณีแห่นาคโหด ที่บ้านโนนเสลานี้ ถือเป็นประเพณีโบราณที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาหลายร้อยปี โดยชาวบ้านจะร่วมกันจัดงานอุปสมบทหมู่ให้กับคนหนุ่มหรือบุตรหลานในหมู่บ้านที่มีอายุครบ 20 ปี เพื่อให้ลูกหลานได้บวชแทนคุณบิดามารดา ด้วยความตั้งใจที่จะบวชเอง ซึ่งจะมีการเตรียมตัวมาตั้งแต่เดือนสี่ โดยผู้เป็นบิดาจะพาบุตรชายไปฝากไว้กับเจ้าอาวาส ใน 2 วัดของหมู่บ้านโนนเสลา คือวัดบุญถนอมพัฒนาราม (วัดนอก) และวัดตาแขก (วัดใน) เพื่อถือขัน 5 ประกอบด้วย เทียน 5 คู่ ดอกไม้ 5 คู่ ไปฝากตัวเป็นนาคปฏิบัติธรรมถือศีล 8 อยู่ที่วัด เรียนรู้บทสวดที่จะบวช และเรียนรู้ พระธรรมวินัยเบื้องต้น ก่อนถึงกำหนดวันบวชของประเพณี งานบุญเดือนหกเริ่มต้นด้วย พิธีการตัดและโกนผมนาคกันก่อน ตามพิธีบวชปกติ แต่ก่อนจะเข้าพิธีสู่ขวัญ นาคทุกคนจะต้องพากันออกจากวัดไปกราบศาลปู่ตาซึ่งเป็นศาลประจำหมูบ้านกันก่อน เมื่อเสร็จแล้วนาคทุกคนค่อยกลับวัดเพื่อทำพิธีสู่ขวัญนาคต่อไป จากนี้ไปเป็นความเชื่อที่นับถือกันต่อมา ด้วยการแห่นาค จากบ้านตนเองรอบหมู่บ้าน โดยจะใช้คนหนุ่มที่ยังไม่ได้บวชของแต่ละหมู่บ้าน มาช่วยกันหามแคร่ไม้ไผ่ แห่นาคไปรอบหมู่บ้าน และเขย่าโยนนาคอย่างรุนแรง ถือเป็นการทดสอบความตั้งใจว่า ผู้บวชจะมีความมุ่งมั่นอดทนที่จะบวชแทนคุณบิดามารดาหรือไม่ โดยผู้บวชจะต้องประคองตัวเองไม่ให้ตกลงมาจากแคร่ หากใครตกลงมาถูกพื้นดินจะถือว่าขาดคุณสมบัติไม่ให้บวช โดยจะเป็นเช่นนี้ตลอดระยะทางที่แห่รอบหมู่บ้านกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งตั้งแต่มีการปฏิบัติสืบทอดกันมาใน พ.ศ. 2514 จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีผู้ใดตกลงมาถูกดินเลยสักราย ถึงแม้จะได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่สุด คือ ศีรษะแตกและแขนหลุดก็ตาม ศรัทธามหามงคลยังดำเนินต่อไปตามความเชื่อและความรู้สึกในเส้นทางศาสนา แม้จะแห่ด้วยความโหด แต่ด้วยความมุ่งมั่นตลอด 3 – 4 ชั่วโมง อย่างต่อเนื่อง และด้วยรอบโบสถ์วัดอีก 3 รอบ ความศรัทธายังไม่เสื่อมคลาย....
สิ่งต่างๆเหล่านี้ถือเป็นความแซ่บของอีสานที่ลงตัวและหล่อหลอมด้วยความเป็นเสน่ห์ที่ยั่งยืน ควรค่าแก่การเรียนรู้และสืบทอดต่อไป 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
อำเภอภูเขียว โทรศัพท์ 0 4486 1000
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองตูม โทรศัพท์ 0 4482 3627




สงกรานต์ในแบบวิถีเดิมแท้ “ประเพณีสงกรานต์วัดไชยศรี”  พิธีเสียเคราะห์ ที่บ้านสาวะถี ขอนแก่น


พิกัด 16 30.5502N  102 41.8108E




การเดินทาง 
ไปตามถนนมะลิวัลย์สายขอนแก่น-ชุมแพ ถึงกิโลเมตรที่ 14 แล้วเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหมู่บ้านสาวะถี ผ่านบ้านม่วงรวมระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นทางลูกรังประมาณครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าจะไปโดยทางลาดยางตลอดต้องอ้อมเล็กน้อยผ่านบ้านม่วง บ้านโคกล่าม บ้านหนองตาไก้ บ้านม่วงโป้ บ้านโนนกู่และเข้าสู่บ้านสาวะถี 




ในการสะเดาะเคราะห์ ชาวบ้านจะจัดเตรียมเครื่องบูชาเทวดา ประกอบด้วยกระทง 9 ห้องที่ทำมาจากกาบกล้วย ภายในประกอบด้วยมีต้นว่า ข้าวดำ ข้าวแดง แกงส้ม แกงหวาน ข้าวขาว ทุงซ่อ ทุงไชย ทุงดำ ทุงแดง ทุงเหลียง ทุงขาว เสดตะสัด พัด จำมอน รูปแร้ง รูปกา รูปหมู รูปหมา รูปควาย รูปคน กล้วย อ้อย หมาก พลู บุหรี่ เหล้า ยา ปาปิ้ง ปาจี่ เข้าเปียก เข้าสาน ข้าวตอก ดอกไม้ ดังตอนหนึ่งในบทสูตเสียเคราะห์



ยุพา ปานรอด    ผอ.กองตลาด.ททท.อีสาน





นพรัตน์  กอกหวาน   ททท ขอนแก่น
แต๋ว ยุพา ปานรอด    ผอ.กองตลาด.ททท.อีสาน







เสียเคราะห์ แบบอีสาน ในวันสงกรานต์ ที่ บ้านสาวะถีตำบลสาวะถี อำเภอเมือง จ.ขอนแก่น

การสะเดาะเคราะห์ หรือเสียเคราะห์ในภาษาอีสาน เป็นพิธีกรรมโบราณที่ชาวบ้านยังอนุรักษ์ไว้ ชาวบ้านจะนิยมทำพิธีนี้ในช่วงปีใหม่ หรือสงกรานต์ เชื่อกันว่าเป็นการเอาสิ่งไม่ดีออกจากครอบครัว โดยชาวบ้านในชุมชนสาวะถีจะนิยมประกอบพิธีในช่วงวันสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย ก่อนที่จะทำพิธีเอาพระพุทธรูปในวัดลงสรงน้ำชาวบ้านจะนิมนต์พระในการทำพิธีเพื่อเป็นศิริมงคล




พี่หมอ 


ะรา







เจ้าอาวาสนำพระภิกษุและสามเณรเข้าไปในสิมและเริ่มทำพิธี โดยเริ่มจากบทอาราธนาศีลแล้วจึงเข้าสู่บทสวดเสียเคราะห์เป็นภาษาอีสานโบราณ พิธีเสียเคราะห์ ที่มีเพียงปีละครั้ง

ในการสะเดาะเคราะห์ ชาวบ้านจะจัดเตรียมเครื่องบูชาเทวดา ประกอบด้วยกระทง 9 ห้องที่ทำมาจากกาบกล้วย ภายในประกอบด้วยมีต้นว่า ข้าวดำ ข้าวแดง แกงส้ม แกงหวาน ข้าวขาว ทุงซ่อ ทุงไชย ทุงดำ ทุงแดง ทุงเหลียง ทุงขาว เสดตะสัด พัด จำมอน รูปแร้ง รูปกา รูปหมู รูปหมา รูปควาย รูปคน กล้วย อ้อย หมาก พลู บุหรี่ เหล้า ยา ปาปิ้ง ปาจี่ เข้าเปียก เข้าสาน ข้าวตอก ดอกไม้ ดังตอนหนึ่งในบทสูตเสียเคราะห์





” ฝูงขัาทังหลายพ้อมกันขนขวายหานำมายังเคี่ยงกิ๊ยาบูซาพระเคาะอันนี้ ถวยแก่เทบพะดาเจ้าทังหลาย มีต้นว่า เข้าดำ เข้าแดง แกงส้ม แกงหวาน เข้าขาว ทุงซ่อ ทุงไชย ทุงดำ ทุงแดง ทุงเหลียง ทุงขาว เสดตะสัด พัด จำมอน ฮูบแฮ้ง ฮูปกา ฮูบหมู ฮูบหมา ฮูบหมี มีซู่เหยี่ยง เคี่ยงกินมีซู่แนว คือว่า ถ้วยอ้อย หมาก พู เหล้า ยา ปาปิ้ง ปาจี่ เข้าเปียก เข้าสาน ซู่แนวบ่ไฮ้ ไว้ถวยแก่แทบพะดาเจ้าทังหลาย จงมาฮับเอาเคาะอันนี้จาก (เอ่ยชื่อผู้บุ๊ดซา) เอาเคาะนี้หนีไปเมียงบน ขนเคาะนี้หนีไปเมียงฟ้า ตั้งแต่นี้เมียหน้า เคาะอย่าเห้อเห็น เข็นอย่าเห้อฮู้ สิบปีอย่าได้มาเต้า เก้าปีอย่าได้มาพาน อมสิดทิมะหาสิดทิสะหวาหม ”





ขั้นตอนสุดท้ายของพิธีกรรมคือการนำเครื่องสังเวยไปทิ้งไว้ในที่ที่ไม่มีเจ้าของ เช่น ทางสามแพร่งหรือป่าช้า และเมื่อทิ้งแล้วห้ามหันกลับไปมองอีก ให้เดินหน้ากลับวัดเพื่อทำพิธีสำคัญอีกอย่างต่อโดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ไม่มีโอกาสขึ้นสิมถือว่าเป็นโอกาสพิเศษ ทุกๆ ปี 




พระสงฆ์จะนำพระพุทธรูปในสิมลงมาให้ชาวบ้านได้สรงน้ำพระตามความเชื่อดั้งเดิมที่ว่า การเล่นน้ำสงกรานต์จะทำได้นับแต่เสร็จพิธีสรงน้ำพระเป็นต้นไป










พระพุทธรูปไม้ "พระศรี ๕๐ ปี มข."ที่มีขนาดหน้าตักกว้างที่สุดในภาคอีสาน
พระพุทธรูปไม้สักทองทั้งองค์ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง  ๒.๔๐  ซม.  สูง ๓.๒๐  ซม. นับเป็นพระพุทธรูปไม้องค์ใหญ่ที่สุดที่สะท้อนอัตลักษณ์ของอีสานตามต้นแบบของหลวงพ่อพระใสที่สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งอาณาจักรล้านช้าง มีชื่อว่า “หลวงพ่อพระศรี ๕๐ ปี มข.” หรือ “พระศรีปัญญาสภูริฐาน” หมายถึง  หลวงพ่อพระศรีที่ประดิษฐานไว้ ณ แหล่งภูมิปัญญาดังแผ่นดิน ในวาระ ๕๐ ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น

























ททท ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ



ขอบคุณ

งานสื่อมวลชนสัมพันธ์ในประเทศ กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ ชั้น 15
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
โทรศัพท์ 0 2250 5500 ต่อ 4525- 9 โทรสาร 0 2250 5681 - 3
อีเมลล์ : prdiv7@tat.or.th


MKRdezign

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

Name

Email *

Message *

Powered by Blogger.
Javascript DisablePlease Enable Javascript To See All Widget