Latest Post





เปิด เสาร์ -  อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์
วิวทะเลสวยงาม ไม่มี
หลังเที่ยงโทรเชคก่อนว่าหมดยัง
ราคาไม่แพง แน่นอน





ครัวโพธิ์ทะเล
ทางไปวัดสาขลา 

พิกัด 13,33.5833N  100,32.5167E   
 0827936656

Samut Prakan Province


พิกัด 13.559567, 100.541913








อาหารแนะนำ

































ขอบคุณ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพมหานคร ททท.สำนักงานกรุงเทพฯ
พื้นที่รับผิดชอบ: กรุงเทพมหานคร,ปทุมธานี,นนทบุรี,สมุทรปราการ,ฉะเชิงเทราที่อยู่ : อาคาร D2 ชั้น 8 โครงการปรีชา คอมเพลกซ์ เลขที่ 48/11 ถ.รัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทรศัพท์. 0 2276 2720
โทรสาร. 0 2276 2722 อีเมล : tatbangkok@tat.or.th

เว็บไซต์: http://www.tourismthailand.org



อ้างอิงจาก เวป

http://www.piriyaphoto.com/psformilkyway/

เดือนมิถุนายน – กรกฎาคม ถือเป็นเดือนยอดนิยมของการล่าช้าง  โดยสามารถเริ่มถ่ายภาพทางช้างเผือกได้ตั้งแต่ 3 ทุ่มในต้นเดือนมิถุนายน (ทางช้างเผือกเริ่มปรากฎ) และตั้งแต่ 1 ทุ่มในเดือนกรกฎาคม เรียกว่าสามารถถ่ายภาพดาว + ทางช้างเผือกได้ตลอดคืน …”

 ช่วงเวลาที่สังเกตทางช้างเผือกได้ดีที่สุด

ปลายเดือนเมษา – ต้นเดือนตุลา

ฤดูล่าช้างปี 59 จะเริ่มต้นใน

-เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นเดือนแรกที่พอจะถ่ายภาพทางช้างเผือกได้ในเวลาประมาณตี 5 โดยทางช้างเผือกจะขึ้นขนานเส้นขอบฟ้าในทิศตะวันออกเฉียงใต้ครับ (แต่ยังไม่ได้รูปที่สวยนัก จะขึ้นแบนๆ ขนานขอบฟ้า)

-เดือนมีนาคม ผมให้เป็นเดือนที่เหมาะที่จะถ่ายทางช้างเผือก คู่กับแสงเช้า (โดยที่ไม่เหนื่อยเกินไปนัก) ซึ่งเริ่มปักหลักถ่ายทางช้างเผือกตั้งแต่ตี 3 จากนั้นราวๆ ตี 5 ทางช้างเผือกจะเริ่มมีรูปคล้ายคันธนูโค้งรับทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้นเราสามารถเก็บแสงเช้าต่อได้อีก

-เดือนมิถุนายน – กรกฎาคม ถือเป็นเดือนยอดนิยมของการล่าช้าง  โดยสามารถเริ่มถ่ายภาพทางช้างเผือกได้ตั้งแต่ 3 ทุ่มในต้นเดือนมิถุนายน (ทางช้างเผือกเริ่มปรากฎ) และตั้งแต่ 1 ทุ่มในเดือนกรกฎาคม เรียกว่าสามารถถ่ายภาพดาว + ทางช้างเผือกในรูปทรงต่างๆ (ขนาดขอบฟ้า, โค้งคันธนู, และตั้งโด่เด่) ได้ตลอดคืน จากนั้นเวลา 7 โมงเช้า (ในเดือนมิถุนายน) ทางช้างเผือกก็จะตกลงในทิศตะวันตกเฉียงใต้ ดังนั้น ช่วง 2 เดือนนี้ แนะนำให้นอนเก็บแรงตอนบ่าย แล้วจัดหนักตลอดคืน ถึงแสงเช้าได้เลยครับ

ใครอยากถ่ายทางช้างเผือกแบบตั้งโด่เด่ และไม่อยากนอนดึกมาก แนะนำถ่ายภาพในเดือนกันยายน (3 ทุ่ม) และในเดือนตุลาคม (1 ทุ่ม)
เดือนพฤศจิกาย เป็นโค้งสุดท้าย ที่พอจะเห็นทางช้างเผือกในทิศตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงเวลา 1-2 ทุ่ม จากนั้นก็จะลับขอบฟ้าไปประมาณ 3 ทุ่ม

เดือนธันวาคม และ มกราคม ของทุกปี ไม่ต้องไปหาถ่ายภาพทางช้างเผือกที่ไหนนะครับ เก็บกล้องขึ้นดอย สอยน้องดาวก็พอ ช่วงนี้ … น้องช้างลาพักร้อนครับ

http://atomiczen.net/2015/01/stars03/

ในปี 2558 นี้ ผมวางแผนท่องเที่ยวไว้หลายแห่ง จึงทำการบ้านและรวบรวมข้อมูลไว้ ดังนี้:

- ฤดูล่าช้างเริ่มต้นในต้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยในช่วงเช้ามืด ประมาณ ตี 4 ครึ่งถึงตี 5 ครึ่ง ถ้าฟ้าใส และคืนเดือนมืด เราจะเริ่มเห็นทางช้างเผือกแล้วครับ สามารถปักกล้องถ่ายภาพทางช้างเผือก พร้อมกับยิงแสงเช้าไปด้วยกันเลย  (ซึ่งทางช้างเผือก จะขึ้นแบบขนาด – ทำมุมโค้งเหมือนคันธนูทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ครับ) เรียกว่าตื่นเช้าสักหน่อย แต่ได้ 2 เด้ง!
- เมื่อเข้าสู่เดือนมีนา, เมษา, พฤษภา เราสามารถถ่ายภาพทางช้างเผือกแบบโค้งขนาดขอบฟ้าได้ตั้งแต่ ตี 3 ครึ่ง, ตี 1 ครึ่ง และ 5 ทุ่มครึ่ง (ลดหลั่นลงมาเดือนละประมาณ 2 ชั่วโมงตลอดปี)
- เดือนมิถุนายน – กรกฎาคม ถือเป็นเดือนสุดฮอตของการล่าช้างแน่นอน เริ่มถ่ายภาพได้ตั้งแต่ 3 ทุ่มครึ่ง ในต้นเดือนมิถุนายน และ 1 ทุ่มครึ่งในเดือนกรกฎาคม เราสามารถล่าช้างได้เกือบทั้งคืน เพราะทางช้างเผือกจะลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลาประมาณ 7 โมงเช้า (เดือนมิถุนายน) และตี 5 (เดือนกรกฎาคม) ครับ ดังนั้นในเดือนนี้ … ใครไปเที่ยวไหนในประเทศไทย เตรียมจัดเต็มได้เลย วางแผนให้ดี + ลุ้นฟ้าโล่ง รับรอง…ช้างมาเต็มทุก Pixels
- หากใครเล็งมุมสวยๆ ไว้ ที่อยู่ทางทิศใต้ และอยากได้ทางช้างเผือกแบบ “ตั้งโด่เด่” สามารถออกไปล่าช้างเชือกงามได้ในเดือนสิงหาคม (เริ่มตั้งในทิศใต้ เวลาประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง) และในเดือนกันยายน (เริ่มตั้งเวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง) ครับ ส่วนเดือนอื่นๆ นั้น ทางช้างเผือกก็ทำมุมตั้งเช่นกัน แต่เวลาอาจจะไม่สวยนัก เช่น เดือน พฤษภาคม ตั้งตอนตี 4 ครึ่ง หรือเดือน มิถุนายน ก็ตั้งตอนตี 2 ครึ่ง ดึกไปหน่อย หากต้องตื่นมาเก็บแสงเช้าอีก เป็นซากซอมบี้แน่ๆ
- หากใครวางแผนล่าช้างช่วงเดือนธันวาคม และ มกราคม อาจจะแห้วนะครับ หนีไปเที่ยวต่างประเทศดีกว่า แล้วอย่าลืม ชวนผมไปเที่ยวด้วยนะครับ 😀



Mori Grill – Japanese Restaurant
ห้องอาหารญี่ปุ่น  โมริ กริลล์
โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค – ถนนรัชดาภิเษก

ห้องอาหารญี่ปุ่น - Mori  Grill  ออกแบบตกแต่งสไตล์โมเดิร์น แสดงความเป็นตัวตนของประเทศญี่ปุ่นอันทันสมัย  สะดวกสบาย และสามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 115 ที่นั่ง  โดยมีทั้งโซนสำหรับการนั่งทานอาหารเพลินๆ หรือหากมาเป็นกลุ่มใหญ่  ต้องการความเป็นส่วนตัวก็มี  Private Room อันโอ่โถง และจอโทรทัศน์ LED ขนาดใหญ่ ไว้รับรองถึง 5 ห้อง ในขนาดที่แตกต่างกันไป 




โดยมี เชฟเป้ - อภิวัติ  พระโรจน์  เชฟใหญ่ของห้องอาหาร พร้อมด้วย เชฟเอ็ดดี้ – ยุคิยะซุ  ทะคะมะ  เชฟญี่ปุ่นที่มาเสริมทัพ  สรรค์สร้างปรุงแต่งเมนูสูตรเด็ดพิชิตใจลูกค้าทั้งขาประจำและหน้าใหม่  จุดเด่นของห้องอาหารที่นี่เราเน้นความสด  สะอาด  พิถีพิถันทุกกระบวนการผลิต  ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ  ทำให้รสชาติอาหารอร่อยเลิศรส 



ห้องอาหาร Mori Grill  มีให้เลือกความอร่อยกันกว่า 100 เมนู ทั้งปิ้ง ย่าง ทอด ในแบบ Buffet หรือ A la carte Buffet    ที่จัดแบ่งโซนให้บริการอย่างชัดเจน  อาทิ  โซน Sushi Counter ที่มีพระเอกอย่าง ปลาหมึกยักษ์, ปลาซาบะ ปลาแซลมอน เกรดเอ  นำเข้ามาจากนอร์เวย์ นอกจากนี้ยังมีข้าวปั้นหน้าต่างๆ แคลิฟอเนียโรล  ที่พร้อมทำให้ทุกท่านอร่อยแบบลืมไม่ลงในโซนของซูชิ  อีกโซนที่เด็ดไม่แพ้กัน Teppanyaki Counter มีให้เลือกอร่อยทั้ง เนื้อแกะ กุ้งแม่น้ำ  รวมถึงเมนูเห็ดต่างๆ อาทิ เห็ดชิตาเกะ และเห็ดออรินจิ ส่วนทางด้าน  Sha Bu Sha Bu Counter     ที่มีน้ำซุปคอมบุสูตรพิเศษเฉพาะของร้านรสกลมกล่อมกำลังดีมาเพิ่มรสมื้ออร่อย  และโซนที่กลายเป็นมุมโปรดของลูกค้าที่นี้ต้องยกให้กับโซน Buffet Line ความพิเศษของโซนนี้อยู่ที่ เมนูอาหารจะสลับเปลี่ยนทุกวัน  พร้อมคงเมนูที่ขึ้นชื่ออย่าง หัวปลาแซลมอนต้มซีอิ๊ว, มิสโซ ซุป และแป๊ะก๊วยคั่วเกลือ ฯลฯ และโซนน้องใหม่  Thai  Sushi  ที่เชฟผสมผสานรสชาติอาหารไทยบวกรวมไว้กับสไตล์ญี่ปุ่น  อาทิ  สลัดปลาแซลมอนกับซอสคัมปาโซ, สลัดปลาแซลมอนกับน้ำพอนซึ, สลัดปลาแซลมอนสไปซี่ (ไทยสไตล์),ยำปลาหมึกยักษ์, สลัดเนื้อกับน้ำพอนซึ, สลัดปลาทูน่าญี่ปุ่น, ยำปลาหมึกยักษ์สไปซี่,   ยำซีฟู้ดรวม, สลัดหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, ยำปลาหมึก, สลัดหมูสไปซี่, ซูชิแซลมอนสไปซี่, ซูชิทูน่าสลัด

อีกหนึ่งไฮไลท์ Buffet A la Carte ที่ลูกค้าสามารถเลือกสั่งได้ตามชอบกับอาหารที่ปรุงแต่งมาใหม่ๆ เสิร์ฟร้อนๆ อาทิ    เทมปุระกุ้ง  อาหารจำพวก ปิ้ง ย่าง ต่างๆ อาทิ  ปลาแซลมอน  ปลาไข่  ปลาซาบะ ย่างเกลือหรือย่างซีอิ้ว และอีกหลากหลายเมนู  ก่อนมาปิดท้ายมื้ออร่อยด้วยของหวานในโซน Dessert Counter ขอบอกว่าห้ามพลาดชิม  แป๊ะก๊วยน้ำขิง หรือไอศกรีมชาเขียว สูตรพิเศษของ “Mori Grill” 

 พิเศษ !  ลด 20 %  สำหรับ บุฟเฟ่ต์  เมื่อจองตั้งแต่ 5 ท่าน (ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2559)
เปิดให้บริการทุกวัน   ;   มื้อกลางวันเวลา 11.30 – 14.30 น. ; มื้อค่ำเวลา 18.00 – 22.00 น.
      บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน และมื้อค่ำ  ราคา  899 บาท (สุทธิ)
 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-290 0125, 080-159 7537  
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝ่ายประชาสัมพันธ์   โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค – รัชดาภิเษก
ศิริรัตน์  นาใจแก้ว  092-246 2077, 080-159 7537
โทร:  02-290 0125  อีเมล์:  pr@chaophyapark.com ,  www.chaophyapark.com






































MKRdezign

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

Name

Email *

Message *

Powered by Blogger.
Javascript DisablePlease Enable Javascript To See All Widget